ป้ายบอกระดับเสียงติดอย่างไร…ใช่ตามกฎหมาย?

เมื่อเกิดข้อสงสัย เรามาประเมินความสอคล้องกับกฎหมายกัน...โดยตั้งคำถาม ๒ คำถาม

>> คำถามที่ ๑ : โรงงานเราต้องติดป้ายบอกระดับเสียงหรือไม? <<<

คำถามนี้ ให้เราประเมินความสอดคล้องกับกฎหมายว่า "บริบทโรงงานเรา" กับ "สิ่งที่กฎหมายกำหนด" เกี่ยวข้องหรือสอดคล้องกันหรือไม่?

อันดับแรกไปดูกฎหมายที่กำหนด : คือ

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยินในสถานประกอบกิจการ  ประกาศฯ วันที่ ๑๒ มิ.ย. ๖๑

ต่อมาก็ต้องสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย :

ข้อ ๗ ให้จัดทำแผนผังแสดงระดับเสียง (์Noise Contour Map) , ให้ติดป้ายบอกระดับเสียงและเตือนให้ระวัง

เมื่อรู้ว่าเป็นกฎหมายฉบับใด และทำความเข้าใจกับสรุปสาระสำคัญ ก็ยังหาความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับโรงงานเราไม่ได้เลย ...ทำยังไงต่อล่ะ

>> ให้ดูลำดับของกฎหมาย <<<

อ่านย่อหน้าแรก และย่อหน้าที่สอง ของประกาศกรมฯ ฉบับนี้...

อ๋อ...ประกาศฉบับนี้ออกตามความในข้อ ๑๑ แห่ง "กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙"

แล้ว ข้อ ๑๑ ของกฎกระทรวงบอกว่ายังไงนะ

เราก็ต้องมาสรุปสาระสำคัญข้อ ๑๑ ใจความว่า

กรณีมีระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาทำงาน ๘ ชั่วโมง มีระดับเสียงตั้งแต่ ๘๕ เดซิเบลเอขึ้นไป ให้จัดทำ "มาตรการอนุรักษ์การได้ยิน"

การประเมินความสอดคล้อง โดยการ นำผลตรวจวัดเสียง มาตรวจสอบ ถ้าค่า TWA : Time Weighted Average จุดงานใดมีค่าตั้งแต่ ๘๕ เดซิเบลเอ ก็ถือว่า

>> โรงงานเรา ก็เข้าเงื่อนไขที่ต้องจัดทำ มาตรการอนุรักษ์การได้ยิน <<<

เราก็ต้องดำเนินการต่อใน คำถามที่ ๒

 

>>> คำถามที่ ๒ จะทำป้ายบอกระดับเสียง ต้องทำอย่างไร? <<<

อันดับแรก : ในป้ายบอกระดับเสียงต้องมีลักษณะและองค์ประกอบ ดังนี้

------ สัญลักษณ์ระวังอันตราย

----- คำสัญญาณ

----- สัญลักษณ์ความปลอดภัย

----- ข้อความ "พื้นที่อันตรายจากเสียงดัง"

----- การแสดงระดับความดังเสียง และการป้องกันอันตรายจากการสัมผัสเสียงดัง

----- ข้อความในป้ายเป็นภาษาอื่นๆ ได้ แต่ต้องมีภาษาไทยกำกับไว้

------ ป้ายต้องเห็นได้ชัดเจนภายใต้ความสว่างทุกสภาวะ

คำถามสำคัญ : ค่าระดับความดังเสียง เอามาจากไหน?

>> เป็นค่าสูงสุด จาก ผลการตรวจระดับเสียง <<<

เพราะในข้อ ๗ ของประกาศกรมฯ ฉบับนี้กำหนดไว้ดังนี้ "ให้จัดทำและติดตั้งแผนผังแสดงระดับเสียง ในแต่ละพื้นที่เกี่ยวกับผลการตรวจวัดระดับเสียง ติดป้ายบอกระดับเสียงและเตือนให้ระวังอันตราย"

และอย่าลืมทบทวนป้ายใหม่ อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง หรือทุกครั้งเมื่อมีผลการตรวจระดับเสียงใหม่ เพราะ

ข้อ ๙ บอกให้ประเมินผลและทบทวนการจัดการมาตรการอนุรักษ์การได้ยินไม่น้อยกว่าปีละหนึ่งครั้ง

 

สุดท้ายอย่าลืมว่า กฎหมายคือมาตรฐานที่เราต้องดำเนินการให้สอดคล้อง ซึ่งเราสามารถดำเนินการให้มากกว่าได้เพื่อ "ความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงาน"

จอปอหน่อย

๑๑ พ.ย. ๖๓